วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

Update/BANPU ตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินปีหน้า 26 ล้านตัน

Update/BANPU ตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินปีหน้า 26 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มียอด
23 ล้านตัน หลังมีกำลังผลิตจากเหมืองในอินโดฯเพิ่มเข้ามา 2 ล้านตัน
 'บ้านปู'ตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินปีหน้า 26 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มียอดรวม 23
ล้านตัน หลังได้กำลังผลิตจากเหมืองในอินโดฯเพิ่มเข้ามา 2 ล้านตัน พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้ที่
5.8 หมื่นล้านบาท เผยแม้ราคาถ่านหินสูงขึ้นแต่รายได้ทรงตัว เพราะได้รับผลกระทบจากบาท
แข็ง ส่วนแผนเทกโอเวอร์ CEY ล่าสุดกวาดหุ้นได้แล้ว 63% รอปิดเทนเดอร์ฯ 5 ต.ค.นี้ ลั่นไม่มี
แผนแตกพาร์
 นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ
BANPU กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินในปีหน้าไว้ที่ 26 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่
จะมีปริมาณการซื้อขายถ่านหินที่ 23 ล้านตัน ซึ่งมาจากกำลังการผลิตในเหมืองเดิม โดยปริมาณ
สำหรับขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้นในปีหน้าจะมาจากเหมืองถ่านหิน Bharimto ในอินโดนีเซีย ซึ่งจะมี
กำลังการผลิตเข้ามาเต็มปีในปีหน้า จำนวน 2 ล้านตัน โดยจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายปีนี้
ประมาณ 2 แสนตัน
 โดยบนเป้าหมายปริมาณการขายดังกล่าวบริษัทฯได้ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไปแล้ว
10% ซึ่งเป็นของญี่ปุ่นที่จะมีการเริ่มงวดบัญชีในวันที่ 1 เมษายนนี้ พร้อมทั้งคาดว่าก่อนต้นปีหน้า
บริษัทฯน่าจะมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าราว 50-60% โดยสิ้นเดือนธันวาคมปีนี้น่าจะมีการ
กำหนดราคาขายได้
 สำหรับเป้าปริมาณการขายดังกล่าวยังไม่รวมกำลังการผลิตเหมืองในออสเตรเลีย หลัง
จากที่บริษัทฯ ได้เข้าทยอยซื้อหุ้น Centennial  ซึ่งจากงบบัญชีงวดปี 2010 (ก.ค. 52-มิ.ย. 53)
ที่มียอดผลิตและขาย 14.2 ล้านตัน
 อนึ่งจากแนวโน้มของค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องมีผลต่อการแปลงค่าเงินที่จะบันทึก
เข้ามา แต่ไม่กระทบต่อการดำเนินงานบริษัทฯ มากนัก ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้รวมในปี
นี้ไว้ที่ 58,000 ล้านบาท
 ทั้งนี้ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยถ่านหินในปีนี้จะปรับตัวสูงขึ้น จากปีก่อนที่มีราคาขายเฉลี่ย
อยู่ที่ 71.7 เหรียญต่อตัน โดยสถานการณ์ในปีนี้ราคาเริ่มทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งใน
ไตรมาส 4/2553 ราคาอยู่ในช่วงภาวะขาลง ขณะที่ในช่วงไตรมาส 3/2552 ราคาขายถ่านหิน
เฉลี่ยอยู่ที่ 69.5 เหรียญต่อตัน ลดลงจากไตรมาส 4/2552 ซึ่งอยู่ที่ 64.7 เหรียญต่อตัน โดยราย
ได้หลักในปีนี้มาจากเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียเป็นหลัก รวมถึงรายได้จากโรงไฟฟ้าในประเทศ
จีนที่ทำรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท
 สำหรับผลประกอบการในส่วนกำไร หากนับรวมผลกำไรจากไตรมาส 1 และ 2 และ
รวมกำไรจากการขายหุ้นบริษัท ITM ซึ่งทำธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซีย ก็จะส่งผลให้กำไรรวมสูง
กว่าปีก่อน
 พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแนวคิดแตกพาร์ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารไม่
ได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าวมานานและมีความเป็นห่วงผู้ถือหุ้นถึงกรณีข่าวที่เกิดขึ้น
 สำหรับความคืบหน้าในการเข้าซื้อหุ้น Centennial Coal Co.,Ltd. (CEY) โดย
ปัจจุบันได้เข้าซื้อหุ้นแล้วในสัดส่วน 63% เพิ่มขึ้นจากที่ได้มีการรายงานในวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่าน
มา ในสัดส่วนกว่า 53%
 สำหรับกระบวนการในการทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 5 ต.ค.
นี้ บริษัทฯยังไม่สามารถระบุได้ว่าได้หุ้นมาในสัดส่วนเท่าใด แต่ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเงินกู้ที่
จะใช้ซื้อหุ้นทั้งหมดจากธนาคารพาณิชย์ไว้หมดแล้ว  ในวงเงิน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 
 ส่วนวงเงินในการออกหุ้นกู้ที่บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 สิงหาคมที่
ผ่านมา ซึ่งเป็นการสร้างทางเลือกจากภาวะของตลาดทุนและตลาดเงิน ซึ่งใช้สำหรับปรับโครง
สร้างทางการเงินมากกว่าที่จะนำมาใช้ลงทุนในโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีวงเงินกู้จากธนาคาร
ที่จะใช้ลงทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทฯ ได้เข้าถือหุ้นใน CEY แล้วยังไม่สามารถ
ประเมินกำไรได้ เนื่องจากเป็นเรื่องในอนาคต
 ในส่วนของรายได้ที่จะรับรู้จากการเข้าถือหุ้น Centennial จะมีการรับรู้ได้ไม่มาก แต่
บริษัทฯจะเน้นถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีหน้าเป็นหลัก
 สำหรับการเข้ามาถือหุ้นของ Centennial คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการคุ้มทุน
ประมาณ 7-10 ปี เนื่องจากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่และเป็นกลยุทธ์ในการขยายการลงทุนใน
ระยะยาวของธุรกิจถ่านหิน
 ขณะที่แผนการลงทุน 5 ปีของบริษัทฯคงจะต้องมีการปรับ โดยพิจารณาจากสัดส่วน
การลงทุนในแต่ละประเทศ
 ด้านนางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้า หน้าที่บริหาร-การเงิน บริษัท บ้านปู กล่าว
ว่า หลังจากบริษัทฯเข้าลงทุนใน CEY วงเงินในการออกหุ้นกู้ที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น 20,000
ล้านบาท จะนำไปใช้ในการจัดโครงสร้างด้านหนี้สินมากกว่า โดยอาจใช้ในการปรับยืดอายุหนี้ให้
ยาวขึ้น และสร้างความยืดหยุ่นและสามารถทดแทนเงินกู้ที่จะใช้ได้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้
มีแผนและกำหนดที่จะออกหุ้นกู้
 สำหรับการชำระเงินในการซื้อหุ้น CEY จะอยู่ในช่วงไตรมาส 4/2553 โดยใช้เงินจาก
วงเงินกู้ที่บริษัทฯ ได้ทำการเซ็นสัญญากู้จากธนาคารพาณิชย์ไว้จำนวน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
 โดยการลงทุนซื้อหุ้นของ Centennial ถือเป็นการขยายการลงทุนในประเทศที่สาม
จากเดิมที่มีอยู่ 2 ประเทศคือ จีนและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเหมืองของ
Centennial มีปริมาณถ่านหินสำรองอยู่ที่ 406 ล้านตัน และหลังจากที่บริษัทฯได้ทำคำเสนอซื้อ
เสร็จสิ้นจะส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทฯอยู่ที่ 1.1 ต่อ 1 เท่า จากสิ้นไตรมาส
2/53 ที่ 3 ต่อ 1 เท่า
              ทั้งนี้ราคาหุ้น BANPU ปิดตลาดวันนี้ (28 ก.ย.)อยู่ที่ 704.00บาท ลดลง4.00 บาท
หรือ 0.56% มูลค่าการซื้อขาย 2052.24ล้านบาท    
   

รายงาน   โดย ประลองยุทธ ผงงอย
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ    โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   28/09/10   เวลา   17:46:31

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น