กรุงเทพฯ--30 ก.ย.--ข่าวหุ้น
กำไร903ล้านบ.สูงสุด7ไตรมาสโบรกฯ คาดกำไรไตรมาส3/53ของแบงก์ TMB อยู่ที่ 903 ล้านบาท เติบโต1.9% สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส ด้าน “บุญทักษ์” ปลื้มสินเชื่อฟื้นเป็นบวก ไม่หวั่นรายได้หด แม้ ธปท. บี้ลดค่าฟีเอทีเอ็ม เหตุลูกค้าหันมาใช้บริการแบบเหมาจ่าย500บาท/3ปีแทนนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMBเปิดเผยว่า จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการปรับการเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ของตู้ATMนั้น จะไม่กระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมจากตู้ATMของธนาคาร แต่กลับส่งผลให้ลูกค้าหันมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยธนาคารได้คิดค่าธรรมเนียมATMแบบเหมาจ่าย500บาทต่อ3ปี ซึ่งสามารถใช้บริการได้แบบNo Limitตลอดจนบริการดังกล่าวยังรองรับลูกค้าที่ไม่นิยมมาใช้บริการที่สาขาด้วย“เราประเมินว่าหาก3ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ ธนาคารพาณิชย์ ผู้บริโภค และ ธปท. มีการใช้ธุรกรรมทางการเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเพื่อทดแทนเงินสดก็จะทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน! ์ทั้งกับลูกค้า และธนาคาร โดยการคิดค่าธรรมเนียมก็มีโอกาสที่จะปรับลดลง ในขณะที่ธนาคารก็จะได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” นายบุญทักษ์ กล่าวนอกจากนี้ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกกับกลุ่มต่างๆ จะสามารถช่วยขยายกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น และลูกค้ามีความต้องการที่แตกต่างกัน โดยในอนาคตจะมีกลุ่มลูกค้าที่เข้าหาการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งหลังจากที่ ธปท. ปรับอัตราค่าธรรมเนียมATMใหม่มองว่าจะไม่ส่งผลให้จำนวนตู้ATMของธนาคารมีเพิ่มขึ้นในขณะที่ธนาคารไม่มีนโยบายที่จะขยายตู้ATM โดยปัจจุบันมีจำนวนตู้อยู่ที่2,000ตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีกว่า8,000ตู้ โดยธนาคารสามารถที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารอื่น ซึ่งใช้ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากลูกค้าของธนาคาร โดยถือว่าครอบคลุม และคุ้มค่ากว่าการลงทุนที่จะเพิ่มตู้ATMของธนาคารบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า TMBจะมีกำไรสุทธิไตรมาส3/53เท่ากับ903ล้านบาท หรือเติบโต1.9% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นกำไรระดับสูงสุดในรอบ7ไตรมาสที่ผ่านมา แม้สัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจหลักที่เห็นได้จากการเติบโตของสินเชื่อสุทธิในไตรมาส3/53ที่เริ่มกลับมาเป็นบวก1.8% เมื่อ! เทียบจากไตรมาสก่อนหน้าเป็นไตรมาสแรกในรอบปี2553โดยรวมแล้วสินเชื่อสุทธิใ น9 เดือนยังติดลบอยู่3.2%จากสิ้นปี2552 และยังต่ำกว่าเป้าทั้งปี2553ที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่5% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่มีการเติบโตส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของรายใหญ่ ซึ่งยังเป็นสินเชื่อระยะสั้นที่ปล่อยให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ในขณะที่สินเชื่อSMEพบว่ามีการเติบโตที่ดีเช่นกัน โดยยอดเพิ่มขึ้นสุทธิ1พันล้านบาท หรือคิดเป็น16%ของยอดสินเชื่อสุทธิที่เพิ่มขึ้น 6.3พันล้านบาทในงวดนี้ ซึ่งธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่5% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า โดยหากสินเชื่อรายใหญ่ไม่ได้มียอดชำระคืนระดับสูงในช่วงที่เหลือของปีก็น่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ส่วนNIMคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากงวดที่ผ่านมา แม้ธนาคารจะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125%ในเดือนกรกฎาคม 2553ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ส่งผลบวกต่อYieldเท่าใดนัก ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรายใหญ่ภาครัฐที่มีYieldค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายยังคงทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นจึงไม่ได้ส่งผลบวกต่อNIMเท่าที่ควรสำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมที่คาดว่าจะหดตัวลงราว7.8% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า)ซึ่งธนาคารจะมีการเ! ปลี่ยนวิธีการบันทึกรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมบัตรเดบิต ทีเอ็มบี โนลิมิตที่ได้รับการตอบรับดีมากจากลูกค้า เนื่องจากสามารถใช้ถอนเงินจากATMของธนาคารอื่นได้ฟรี และไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในระยะเวลา3ปีที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน500บาท/บัตรสำหรับระยะเวลา3ปี จากเดิมที่บันทึกทั้งจำนวนในคราวเดียวก็เป็นการทยอยรับรู้รายได้ในระยะ3ปี ทำให้ส่งผลกระทบต่อการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมค่อนข้างมากในงวดนี้ด้านNPLไม่ได้มีประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติที่200ล้านบาทในงวดนี้โดยรวมแล้วคาดว่ากำไรสุทธิใน 9 เดือน ปี 2553จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ2.47พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง82.7%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ คิดเป็นสัดส่วน83%ของประมาณการกำไรสุทธิปี2553ที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ฝ่ายวิจัยอาจมีแนวโน้มต้องปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี2553หากสถานการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส4/53ยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หรือทรงตัวสูงได้ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส3/53ซึ่งจากการประเมินของฝ่ายวิจัยพบว่าแนวโน้มความผันผวนของผลการดำเนินงานจากประเด็นเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารเริ่มทยอยล! ดลงทั้งในส่วนของNPLและทรัพย์สินรอการขายที่ยังเดินหน้าลดลงอย่างต่อเนื่อ งซึ่งหากเป็นไปได้ตามคาดจะยิ่งส่งผลบวกต่อแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของธนาคารที่จะสามารถดำเนินการได้เป็นครั้งแรกในรอบ13ปี โดยจะอ้างอิงกับผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้เป็นหลัก เพราะธนาคารได้ทำการล้างผลขาดทุนสะสมไปทั้งจำนวนแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปี2553--จบ--
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น