โตโย-ไทยสุดฮ็อต คว้างานใหม่สร้างโรงไฟฟ้า 4 พันล้าน ดันแบ็คล็อคพุ่งเป็น 1 หมื่นล้าน
บาท
บริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL ประกาศคว้างานสร้าง
โรงไฟฟ้า SPP มูลค่า 4,000 ล้านบาท แบบครบวงจร พร้อมเริ่มรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 4
คาดดันกำไรเติบโตตามเป้า
คุณสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส
ฝ่ายขาย บริษัทโตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL ผู้นำด้านรับเหมาก่อสร้าง
โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แบบครบวงจร (EPC) หรือ (Engineering, Procurement
and Construction) รายแรกและ รายเดียวของไทย ประกาศว่า TTCL ได้เซ็นหนังสือแจ้งความ
จำนงค์รับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ ขนาด 110 เม็กกะวัตต์ มูลค่า 4,000
ล้านบาทให้กับ บริษัท นวนครการไฟฟ้า จำกัด ในจังหวัดปทุมธานี
“งานโครงการรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ เป็นงาน EPC คือ
ตั้งแต่ออกแบบวิศวกรรม งานก่อสร้าง และติดตั้งเครื่องจักร มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท
โดยบริษัทฯจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปีนี้ และมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี
2555 โดยโครงการนี้ เป็นงานใหม่โครงการที่ 3 ของ โตโย-ไทย นับจากรัฐบาลปลดล็อคมาบตา
พุด โดยก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้เซ็นสัญญารับงานใหม่ 2 โครงการคือ งานสร้างไซโลฟาร์มขนาด
ใหญ่ที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และ งานสร้างโรงงานยาในประเทศเวียดนาม รวมมูลค่า
กว่า 700 ล้านบาท” คุณสุวิทย์กล่าว
“ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตขึ้น เนื่องจากจะรับรู้งาน
โครงการรับเหมา EPC ออกแบบ และก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลที่เวียดนามพร้อมกันถึง 2
โครงการ และโครงการอื่นๆอีกรวมเป็นงานใหม่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทฯอยู่
ระหว่างการออกแบบวิศวกรรม นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเข้าประมูลงานปิโตรเคมี อีกกว่า 7
โครงการมูลค่ารวมกว่า 39,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการโรงงานปิโตรเคมีของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ
ขนาดใหญ่ของไทยทั้ง 2 กลุ่มรวมถึงงานประมูลโรงงานปุ๋ยขนาดใหญ่ระดับโลกมูลค่า 16,000
ล้านบาทที่ประเทศโมร็อคโคซึ่งบริษัทฯมีความมั่นใจที่จะชนะงานอยู่พอสมควร” คุณสุวิทย์กล่าว
บริษัทโตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
แห่งเดียวที่ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างการในอัตราหุ้นละ 15 สตางค์จากผลประกอบการ 6 เดือน
แรก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2553 และมีอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.60 บาท โดยคำนวณ
เป็นรายปี โดยบริษัทซึ่งมีปริมาณเงินสดในมือสูงถึง 2,440 ล้าน โดยเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
แห่งเดียวที่มีผลประกอบการที่เติบโตสูงและต่อเนื่องมาตลอดกว่า 25 ปี และในปี 2552 มีผล
กำไรสุทธิสูงที่สุดในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่ม
ขึ้นถึง 4.14% เป็น 327 ล้านบาท และมีรายได้รวมจากค่าก่อสร้าง 10,240 ล้านบาท และมีกำไร
ขั้นต้นเพิ่มขึ้นที่เติบโตขึ้น 21.30% เป็น 883 ล้านบาท จาก 728 ล้านบาทในปี 2551 อีกทั้ง
บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยมูลค่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวกว่า 2,400 ล้าน
บาท โดยไม่มีภาระหนี้เงินกู้เลย
บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 2528 โดยการร่วมทุนระหว่างบริษัท โตโย เอนจิเนียริ่ง
คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านรับเหมาวิศวกรรมโรงงานครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 48 ปีจากประเทศ
ญี่ปุ่น และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดแห่ง
หนึ่งของไทย มีทุนจดทะเบียนรวม 480 ล้านบาท เป็นทุนที่ชำระแล้ว 480 ล้านบาท ปัจจุบัน
บริษัทมีจำนวนวิศวกรทุกสาขามากที่สุดในประเทศไทยคือ 795 คนจากพนักงานทั้งหมด 1,496
คน บริษัทฯมีประสบการณ์ในการรับเหมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแบบครบวงจรทั้งในประเทศ
และต่างประเทศมาแล้วกว่า 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานรวมกว่า 60,000 ล้านบาท มีฐาน
ลูกค้าครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี ปิโตรเลียม ปุ๋ยเคมี โรง
ไฟฟ้า พลังงานทดแทน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทมหาชนและบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่ม
ปตท. กลุ่ม SCG หรือปูนซิเมนต์ไทย กลุ่มบมจ. วีนิไทย กลุ่มคาโอของญี่ปุ่น กลุ่มไบเออร์ของ
เยอรมัน เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทมีประสบการณ์รับงานในต่างประเทศมากว่า 13 ปี ซึ่งมีมูลค่า
กว่า 10,000 ล้านบาท โดยกลุ่มตลาดหลักในต่างประเทศได้แก่ เวียดนาม ซึ่งบริษัทมีบริษัทย่อย
ดำเนินงานอยู่ จีน กลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มอาฟริกา และสหรัฐอเมริกา”
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 22/09/10 เวลา 13:58:22
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น