วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553
เซียนหุ้นเทใจรัก PTTCH สตอรี่อื้อ Q4กำไรสูงสุด-ควบรวม
ทันหุ้นออนไลน์ - ปตท.เคมิคอล (PTTCH) นิยามแห่งคำว่าแกร่ง แม้กำไรในไตรมาส 3/2553 อาจจะไม่โดดเด่นจากการปิดซ่อมบำรุง 45 วันส่งผลให้กำลังการผลิตโอเลฟินส์ลดลง แต่ไตรมาส 4 จะกลับมาผลิตได้อีกครั้ง กำไรจึงเติบโตแตะสูงสุดของปี และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2554 นอกจากนี้คงต้องจับตาการควบรวม PTTAR หลังจากปลดล็อกปัญหามาบตาพุดสำเร็จ
ปิดการซื้อขายวานนี้(28 ก.ย.53) ราคาหุ้น PTTCH อยู่ที่ 128.00 บาท ลดลง -2.50 บาท คิดเป็น -1.92% มูลค่าการซื้อขาย 1,149.72 ล้านบาท โดยระหว่างวันราคาปรับขึ้นสูงสุด ที่ 130.50 บาท ลดลงต่ำสุด ที่ 126.50 บาท
นักวิเคราะห์ บล.พัฒนสิน กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่ในหุ้นของบริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTCH ซึ่งประกอบธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ครบวงจร ด้วยการเป็นผู้ผลิตสารเอทิลีนและโพรพิลีน จากวัตถุดิบก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จากเดิม 137 บาท เป็น 163 บาท เนื่องจากราคาหุ้น PTTCH มีแนวโน้ม Outperform ต่อเนื่อง ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า แม้กำไรในไตรมาส 3 ของปีนี้ อาจจะไม่โดดเด่น แต่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/53 คาดว่าจะแตะจุดสูงสุดของปีนี้ และน่าจะเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีข่าวบวกจากโครงการขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มปี โดยคาดกำไรสุทธิปี 53 และ 54 เติบโตเฉลี่ย 65% ต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง PTTCH-PTTAR จากเดิม PTTAR-IRPC หลัง IRPC ติดปัญหาทางด้านกฎหมายจนทำให้การควบรวมต้องหยุดชะงัก ส่วน PTTCH ได้รับการปลดล็อกจากปัญหามาบตาพุด แม้ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าการควบรวมที่ชัดเจน เพราะ PTTCH ยังไม่ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องดังกล่าว ดังนั้นในเบื้องต้นฝ่ายวิจัยประเมินว่ารูปแบบการควบรวม จะเป็นวิธี Amalgamation (A+B = C) เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทไม่มีประเด็นการสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะต้องคำนึงถึง และคาดผลงานครึ่งแรกของปี 2554 TPของ การควบรวม อยู่ที่ 75 บาท/หุ้น ซึ่งอ้างอิงจากปี 2554 TP ของหุ้นทั้ง 2 บริษัท และจำนวนหุ้นทั้งหมดของการควบรวม อยู่ที่ 4,472 ล้านหุ้น ซึ่งจากราคาตลาดปัจจุบัน
การซื้อ PTTCH จะได้เปรียบกว่า เพราะราคายังมี upside gain สูงกว่าการซื้อ PTTAR
ขณะที่ นักวิเคราะห์รายหนึ่ง กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/53 ของ PTTCH คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 2,020 ล้านบาท ลดลง 13% จากไตรมาสก่อน และ 29% จาปปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานเป็นเวลา 45 วัน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ลดลงเป็น 65% จาก 80% ในไตรมาสที่ 2/53 ขณะที่ crackerใหม่ขนาด 1 ล้านตันยังคงอัตราการใช้งานกำลังการผลิตที่ 50% เท่ากับในไตรมาสที่ 2/53 ทั้งนี้จากการที่ยังไม่ได้รับก๊าซจากโรงงานแยกก๊าซ 6 อีกทั้งเมื่อรวมกับส่วนต่างผลิตภัณฑ์ของ HDPE คาดว่าจะลดลง 7.4% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นไปตามราคา HDPE ที่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 1,090 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทั้งนี้เป็นผลจาก supply ส่วนเกินในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จากการเปิดดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 2/53 และคาดว่าน่าจะเป็นผลงานผลงานในจุดต่ำสุดของปี 2553 คำแนะนำซื้อ แนวรับ 125 บาท แนวต้าน 140 บาท
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด กล่าวว่า หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังน่าสนใจ เนื่องจากได้รับผลบวกจากนโยบายยืดหยุ่นค่าเงินของจีน ส่งผลให้เงินหยวนแข็งขึ้นค่อยเป็นค่อยไป และฤดูพายุเฮอริเคนของสหรัฐฯในไตรมาส 3/53 ที่แม้รุนแรง แต่ไม่มีผลกระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ทำให้ ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวอยู่ในช่วง $70~80 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ $85-87 เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา
อีกทั้ง กรณีโครงการมาบตาพุด ศาลปกครองกลางได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตใน “11 โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน” เพียง 2 ใน 76 โครงการ (PTTCH+TPC) ส่งผลโครงการส่วนใหญ่ผลิตเชิง พาณิชย์ได้ในปลายไตรมาส 4/53 เร็วกว่าที่คาดไว้เดิมว่าเป็นช่วงสิ้นไตรมาส 1/54 แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยง คือความกังวลว่าเศรษฐกิจอาจฟุบอีกครั้ง กดดันราคาน้ำมัน และ กำลังผลิตใหม่ในธุรกิจปิโตรเคเพิ่มขึ้นมากจากตะวันออกกลางและจีน กดดันให้ spread ลดลง
แต่ทั้งนี้หากพิจารณาทางด้านพื้นฐาน จึงคงแนะนำซื้อ PTTAR ราคาเป้าหมาย 31 บาท PTTEP เป้าหมาย 180 บาท PTTCH เป้าหมาย 120 บาท และ TOP เป้าหมาย 52 บาท
นายเตชธร ลาภอุดมสุข ยุทธศาสตร์ตลาดทุน บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า สัญญาณการเคลื่อนไหวทางเทคนิคของหุ้น PTTCH ยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10 วัน ปรับตัวขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 25 วัน ขณะที่วานนี้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงต่ำกว่าราคาเปิด รูปแบบราคาแกว่งตัวแคบโดยเริ่มมีมูลค่าซื้อขายสะสม ดังนั้นคงแนะนำซื้อ ให้แนวรับ 125.00 บาท แนวต้าน 130.00 บาท หากราคาหุ้นปิด ต่ำกว่าราคา 124.00 บาท ขายออกทันที
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น