วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

KTBหวั่นเอสเอ็มอีเจ็บตัว

17 กันยายน 2553 09:26





ทันหุ้น-KTBหืดขึ้นคอเข็นสินเชื่อเอสเอ็มอีโตเข้าเป้า 10% หลังเศรษฐกิจครึ่งหลังส่อแววทรุดจากปัญหาเงินบาทแข็งค่า เชื่อผู้ส่งออกกระทบหนักแน่ แต่มั่นใจคุม NPL อยู่หมัด รับไม่ห่วงเรื่องสภาพคล่องแต่หวั่นคู่แข่งแย่งตลาดส่งออก แนะลูกค้าเปลี่ยนถือเงินสกุลหยวนแทนสกุลบาท


นายเวทย์ นุชเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงมั่นใจว่าตัวเลขการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 2553 จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10% แม้ภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีการชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากมีแนวโน้มว่าภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากการที่ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตามในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,000 ล้านบาทแต่ในช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายของปี 2553 ยอดการปล่อยสินเชื่อในแต่ละเดือนอาจเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นฤดูของการเก็บเกี่ยวของภาคเกษตร ซึ่งทำให้ภาคการเกษตรมีความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นความต้องการใช้สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับการผลิต


“เรายังมั่นใจว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตได้ตามเป้า 10% แต่โอกาสที่เราจะปรับเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นคงยาก เพราะเราคาดว่าเศรษฐกิจใน 6 เดือนสุดท้ายของปีจะชะลอตัวลง ซึ่ง 70% ของการเติบโตตัวเลขจีดีพีมาจากภาคการส่งออก แต่ในเมื่อตอนนี้ภาคการส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้น่าจะมีผลต่อการขยายตัวของจีดีพีด้วย” นายเวทย์ กล่าว


ทั้งนี้จากการที่ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น ธนาคารได้มีการลงไปดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีทุกรายว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก และจากการได้ติดตามมาระยะหนึ่งพบว่าลูกค้าเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสามารถในการแข็งขันที่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งโดยเฉพาะประเทศจีน เพราะปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าค่าเงินหยวนของจีนค่อนข้างมาก


อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้พยายามที่จะช่วยเหลือลูกค้าโดยเฉพาะในเรื่องของสภาพคล่อง ซึ่งธนาคารมีโปรดักส์ที่ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอยู่แล้ว แต่โปรดักส์ดังกล่าวจะหมดอายุในเดือน ธ.ค. 2553 โดยขณะนี้ธนาคารกำลังรอดูอยู่ว่าหากผ่านเดือน ธ.ค. 2553 นี้ไปแล้วค่าเงินบาทจะยังมีการผันผวนอยู่หรือไม่ หากยังมีความผันผวนอยู่ธนาคารจะมีการนำโปรดักส์ใหม่ออกมาช่วยเหลือลูกค้า


สำหรับ ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในส่วนของสินเชื่อเอสเอ็มอีนั้น ในขณะเอ็นพีแอลของสินเชื่อเอสเอ็มอียังไม่มีสัญญาณที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารมีการเข้าพบลูกค้าทุกรายเพื่อรับฟังปัญหาและเป็นที่ปรึกษา ก่อนที่ลูกค้าจะกลายเป็นเอ็นพีแอล โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าธนาคารได้แนะนำให้ใช้ เงินสกุลอื่นแทนสกุลบาทกับคู่ค้า หรือลูกค้าบางรายธนาคารจะแนะนำให้ทำป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ ล่วงหน้า






By : http://www.thunhoon.com/colum/06301/06301.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น