Update/ KIAT เผย ทุ่มงบ 212.88 ลบ.ซื้อรถหัวลาก 4 คัน-หางพ่วง 40 หาง
หวังรองรับงาน PTT มูลค่า 1.2 พันลบ. ส่วนอนาคตซื้อเพิ่มหรือไม่ ขอดูงานใหม่ก่อน
KIAT เผย ทุ่มงบ 212.88 ลบ.ซื้อรถหัวลาก 4 คัน-หางพ่วง 40 หาง หวัง
รองรับงาน PTT มูลค่า 1.2 พันลบ. ส่วนอนาคตซื้อเพิ่มหรือไม่ ขอดูงานใหม่ก่อน
ขณะที่แย้ม Q3/53 โชว์ผลงานใกล้เคียง Q2/53 แต่ทั้งปีนี้ย้ำรายได้ขยับ 10-15%
จากปีก่อนทำได้ 593.28 ลบ.หลังมีสัญญาระยะยาว-งานขนส่งสดใส
นางสาววิภา ตันติธนากรกุล กรรมการ บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน)
หรือ KIAT เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าบริษัทฯ ใช้เงินลงทุน 212.88 ล้าน
บาท ซื้อรถหัวลาก 4 คัน และหางพ่วง 40 หาง เพื่อรองรับงานใหม่จากบริษัท ปตท.
จำกัด (มหาชน) (PTT) ที่ล่าสุดได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ขนส่งก๊าซธรรมชาติสำหรับยาน
ยนต์ ระยะเวลา 10 ปี มูลค่า1,200 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้
ผลประกอบการปี 2554 เติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้
ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 เฉลี่ยปีละ 120 ล้านบาท
'รถหัวลากและหางพ่วงที่เตรียมจะซื้อเข้ามาใหม่ เป็นการรองรับงานของ
PTT ที่เพิ่งได้รับเข้ามาและจะเริ่มงานในเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนในอนาคตจะซื้อเพิ่ม
รถหัวลาก และหางพ่วงเพิ่มอีกหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับงานที่จะได้รับ
เข้ามาใหม่ในอนาคต' นางสาววิภา กล่าว
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3/2553 มีโอกาสเติบโตใกล้เคียงกับ
ไตรมาส 2/2553 ส่วนทั้งปีนี้ยังคาดว่ารายได้จะขยายตัว 10-15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่
ทำได้ 593.28 ล้านบาทตามเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะบริษัทฯ มีสัญญาการ
บริการขนส่งระยะยาวกับลูกค้าในกลุ่มหลักคือ PTT ที่มีรายได้แน่นอนและสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ธุรกิจขนส่งพลังงานและปิโตรเคมียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
'แนวโน้มไตรมาส 3 ปีนี้ ยังคงเหมือนเดิม เหมือนที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้
ก่อนหน้านั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนรายได้ก็ยังคงเป็นเป้าหมายเดิมเหมือนกัน
เพราะอย่างที่ทราบบริษัทฯ ยังมีสัญญาระยะยาวกับล ูกค้าหลักคือ PTT การดำเนิน
ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส ไม่ได้แตกต่างหรือเติบโตหวือหวามากขึ้นแต่
มั่นคง' นางสาววิภา กล่าว
รายงาน โดย อาภรณ์ สุภาพ
เรียบเรียง โดย ศุภวรรณ วราภรณ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/09/10 เวลา 15:29:28

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น