20 กันยายน 2553 10:22
ทันหุ้น-บิ๊ก STA ลั่นครึ่งปีหลังสุดแจ่มหลังดีมานด์ยางพาราทะลัก จากความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่ถุงมือยางยอดขายกระฉูดหลังโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดส่งผลโรงพยาบาลสั่งซื้อสะพัด แย้มโค้งท้ายปีสุดอลังการหลังเข้าฤดูกาลสต็อกยางในกลุ่มยานยนต์ ขณะที่ออเดอร์ต่างประเทศยังขยับ จีน-อินโดคำสั่งซื้อพุ่ง
นายไชยยศ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) STA เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2553 เชื่อว่าน่าจะมีทิศทางเติบโตได้ต่อเนื่องหากเทียบกับครึ่งปีแรกที่บริษัทมียอดขายแล้ว 4.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเชื่อว่า จะได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการยางเพื่อนำไปประกอบล้อรถยนต์ขยายตัวได้ดี
อย่าง ไรก็ตามเชื่อว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2553 น่าจะเติบโตขึ้นหากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และน่าจะเติบโตใกล้เคียงกัน หากเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านบาท ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีผลการดำเนินงานอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากในระยะนี้เป็นโลซีซั่นของยางพารา ถึงแม้ว่าความต้องการยางในตลาดโดยรวมจะสูง แต่ฤดูนี้เป็นช่วงหน้าฝนทำให้ผลผลิตที่ได้ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร
ทั้งนี้บริษัทยังมีรายได้จากการขายถุงมือยางเข้าเพิ่มโดยช่วงที่ผ่านมาพบว่ายอดขายถุงมือยางมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาถุงมือยางเติบโตขึ้นมาประมาณ 5% หากเทียบกับช่วงเดือนก่อนโดยเป็นผลมาจากโรคระบาดในประเทศโดยเฉพาะไข้หวัดในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลมีการใช้ถุงมือยางมาก ขึ้นสอดคล้องกับยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน
“ บริษัทเชื่อว่า ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทน่าจะมีผลการดำเนินงานกลับมาพีคได้มากที่สุดของปีนี้ เนื่องจาก ไตรมาส4 เป็นช่วงไฮซีซั่นที่ยางพาราสามารถให้ผลผลิตได้เต็มที่ ส่งผลให้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความต้องการสินค้าเกี่ยวกับยางพาราที่คาดว่าจะขยายตัวได้สูงสุดได้ในไตรมาส สุดท้ายได้อีกค่อนข้างมากหากเทียบกับทุกไตรมาส”นายไชยยศกล่าว
เข้าไฮซีซั่น
ขณะเดียวกันไตรมาส 4 ยังเป็นฤดูกาลสต๊อกสินค้าที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศเร่งสั่งสินค้าเพื่อรองรับออเดอร์ใหม่ๆในช่วงปีหน้า ทำให้ทุกปีผลการดำเนินงานเติบโตได้ก้าวกระโดด
โดยเฉพาะยอดขายจากประเทศอินโดนีเซียที่บริษัทมีโรงงานผลิตและจำหน่ายยางพารา ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ครั้งปีหลังเป็นต้นมาบริษัทได้รับออเดอร์เข้ามาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะออเดอร์จากจีน และในอินโดนีเซียเอง ที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจสูงส่งผลให้อุตสาหกรรมเติบโตได้ดีตลอดทั้งปี
“ ตอนนี้ออเดอร์เราเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอินโดที่ความต้องการล้นเต็มกำลังการผลิตของเรา เพราะโรงงานที่โน่นเป็นตัวกลางในการส่งขายสินค้าได้หลายประเทศ แค่อินโดความต้องการก็ไม่เพียงพอแล้ว เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์เขาโตมาก”นายไชยยศกล่าว
ขณะที่ราคายางพาราปัจจุบัน อยู่ที่กิโลละ 100 บาท ซึ่งถือว่าราคาอยุ่ในระดับสูง แต่ก็ยังถือว่ายังอยู่ในราคาที่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่า ยอดขายปีนี้ น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายทีตั้งเป้าไว้ที่ 8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 10-15% จากปีก่อน หลังครึ่งปีแรกบริษัทสามารถทำได้ 4 หมื่นล้าบาทแล้ว
โบรกสั่งลุย
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย)จำกัด ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ”STAแม้ แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะอ่อนลงเทียบกับครึ่งปีแรกจากราคาขายที่ ลดลงซึ่ง เป็นปกติของผลการดำเนินงานในกลุ่มดังกล่าว แต่พบว่าราคายางในปลายไตรมาส 3 กลับเพิ่มขึ้นอีกจากความต้องการที่มากในกลุ่มผู้ใช้หลักคือกลุ่มยางล้อ
โดยผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกที่ดีกว่าคาดทำให้ทางฝ่ายปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2553 ขึ้น 14% จากเดิม ประมาณการยอดขาย 81,182 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 78% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ภายใต้ราคาขาย เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ขณะที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 13%
ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิก่อนรายการพิเศษเพิ่มเป็น 3,296 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 255% เทียบจากช่วงปีก่อนจากความต้องการที่มากจากกลุ่มยางล้อยังสนับสนุนให้ราคา ยังดี อีกทั้งจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างจีน, ไต้หวัน และเกาหลี ส่งผลให้สัดส่วนการขายในกลุ่มนี้มีการขยายตัวแทนกลุ่มผู้ใช้รายเดิมอย่างเช่นมิชลิน, บริดสโตน และกู๊ดเยียร์ เป็นต้น โดยปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ให้ปรับราคาเหมาะสมปี 2554 เป็น 28.50 บาทอิงบน P/E 10 เท่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น