ทันหุ้น – บีจีที เล็งขยาย 300 สาขาทั่วประเทศ จากปัจจุบัน 109 สาขา ปีหน้าเตรียมผุดเพิ่มอีก 30 สาขา เชื่อปี 54แนวโน้มเศรษฐกิจไปได้สวย ส่วนรายได้ไตรมาส 4/2553 มั่นใจโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เดินหน้าขยายตลาดฟิลิปปินส์ ยุโรป และอเมริกา ชูครึ่งปีแรกยอดขายโต 20 % หรือ 386 ล้านบาท กำไร
สุทธิ 38% ปักธงรายได้ปีนี้ที่ 770 ล้านบาท ฟากโบรกส่องช่วงสั้นแกว่งขึ้นให้ต้าน 1.80 บาท
นายนพดล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ BGT เปิดเผยว่า ในประเทศไทยยังมีพื้นที่ให้บริษัทเปิดสาขาได้อย่างน้อย 400 สาขา แต่บริษัทจะโฟกัสจุดที่ทำเลดีและเป็นแหล่งชอปปิ้งของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 250-300 สาขา ซึ่งในส่วนนี้บริษัทจะค่อยๆ เปิดไปจนครบตามที่เป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ปัจจุบันมีอยู่109 สาขา และในสิ้นเดือนนี้จะขยายเพิ่มอีก 9 สาขา ทำให้สิ้นไตรมาสนี้จะมีทั้งหมด 118 สาขา และคาดว่าสิ้นปีอาจจะมีมากกว่า 120 สาขา
สำหรับการเปิดสาขาในปี 2554 บริษัทคาดว่าจะเปิดอย่างน้อย 20-30 สาขา โดยจะเปิดในห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ในปี 2554 แนวโน้มของธุรกิจยังดีต่อเนื่องจากปี 2553 หากไม่มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหมือนต้นปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าแนวโน้มร้านค้าปลีกในปีหน้าจะมีเพิ่มมากขึ้น
“ในแต่ละไตรมาสเราสามารถเปิดสาขาอย่างน้อย 9 สาขา ทั้งปีไม่ต่ำกว่า 20-30 สาขา และในปี 2554 เราเชื่อว่าจะเปิดอย่างน้อยอีก 20 -30 สาขา ซึ่งบริษัทจะทยอยเปิดสาขาให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3/2553 นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเป็นช่วงที่นักเรียนเปิดเทอม และหน้าฝน ซึ่งลูกค้าจะต้องใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอยในการซื้อสินค้าประเภทชุดการศึกษามากกว่าที่จะซื้อเสื้อผ้าพวกแฟชั่น” นายนพดล กล่าว
***ไตรมาส 4/53 ยอดขายโต 2 หลัก***
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2553 บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างน้อยประมาณ 2 เท่าตัว ขณะที่ในไตรมาส 4/2552 บริษัทมีรายได้รวม 195.99 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 4/2553 มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี และลูกค้ามีกำลังซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เศรษฐกิจยังมีการฟื้นตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามบริษัทมีโครงการที่จะไปใน 6 ประเทศที่บริษัทได้รับสิทธิประโยนช์จากการนำแบรนด์สินค้าของบอดี้โกลฟมาจำหน่ายในประเทศไทย ขณะนี้ในประเทศฟิลิปินส์บริษัทได้เข้าไปเจรจาแล้ว เหลือเพียงด้านกฏหมายอย่างเดียว ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากประเทศดังกล่าว ขณะที่ในประเทศเวียดนามบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจา
“เป้าหมายของเรานั้นจะนำสิทธิประโยชน์ที่ได้จากการที่เรานำแบรนด์สินค้ามาขายในประเทศและยังได้รับสิทธิให้ขายออกสู่ต่างประเทศ 6 ประเทศ ซึ่งในขณะนี้ฟิลิปินส์และเวียดนามคืบหน้าไปเยอะแล้ว ส่วนประเทศพม่านั้นยังไม่ได้มีการติดต่อ ซึ่งประเทศดังกล่าวเหล่านี้จะเป็นการหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท”นายนพดล กล่าว
*** โชว์ครึ่งปีแรกยอดขายโต 20%***
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวต่อ ในครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 20% หรือ 386.37 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตรากำไรก่อนหักภาษี 30% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 38% ซึ่งมาจากเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทมีการเติบโตติดต่อกัน 17 ไตรมาส และแต่ละไตรมาสจะโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 หลักเสมอ ถึงแม้ว่าจะมีวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาบริษัทก็ยังเติบโต 2 หลักเช่นเดิม
สำหรับ 5-10 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีการรุกตลาดในอเมริกาและยุโรปจากที่บริษัทได้นำสินค้าแบรนด์ PM เข้ามาขาย อีกทั้งอีกหลายแบรนด์ที่จะนำเข้ามาในอนาคต
** มั่นใจรายได้โต 10-15%
ส่วนในปีนี้บริษัทมีความมั่นใจว่ารายได้รวมจะโต 10-15% หรืออยู่ที่ราว 770 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 666.95 ล้านบาท จากแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่บริษัทมี 124 สาขา โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 150 สาขา อีกทั้งบริษัทยังมีสินค้าที่หลากหลายสนับสนุนยอดขายเติบโตได้ตามเป้า
"ในปีนี้เรามั่นใจมากว่ารายได้จะโตเกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้อย่างแน่นอน เพราะสินค้าที่เราออกใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และเราสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งในปีนี้เราเชื่อว่าจะสามารถเปิดสาขาได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 150 สาขา แต่แนวโน้มจะเกินเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งบริษัทยังคงไม่มีการปรับเป้า" นายนพดล กล่าว
นักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในระยะสั้นหุ้น BGT มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น โดยมีแนวรับแรกที่ 1.65 บาท แนวรับถัดไป 1.56 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1.80 บาท
ราคาปิดของ BGT วานนี้(20 ก.ย.53) อยู่ที่ 1.72 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 1.18% มูลค่าการซื้อขาย 119,000 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น