วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

TCAP พุ่งเฉียด 10% คาดรับผลดีดอกเบี้ยขาขึ้น-แผนควบ SCIB ลุล่วง

โบรกฯให้เป้าใหม่55 บ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TCAP ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในการซื้อขายวันนี้ โดยราคาเปิดตลาดที่ 36 บาท ก่อนพุ่งแตะที่ระดับ 39 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น คาดนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหลังธนาคารได้รับผลดีจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะมีสินเชื่อดอกเบี้ยลอยตัวสูงถึง 47% ขณะที่แผนการควบรวมกิจการกับ SCIB น่าจะเรียบร้อยปลายปีนี้ ส่วนโบรกเกอร์ปรับประมาณการราคาเป้าหมายขึ้นถ้วนหน้า บทวิเคราะห์ บล. เอเซียพลัส ระบุว่า นักวิเคราะห์กลุ่มธ.พ. ได้ปรับเพิ่ม Fair Value ในปี 2553 ของหุ้น TCAP ขึ้น เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อบริษัท จากแผนควบรวมกิจการระหว่าง TCAP กับ SCIB ที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2554 โดยปัจจุบัน TCAP สามารถรับรู้กำไรได้อย่างเต็มที่จาก SCIB ตั้งแต่งวด 3Q53 แล้ว อีกทั้งปัจจุบัน TCAP ได้เร่งเดินหน้าสร้างรายได้จาก Synergy ทางธุรกิจ โดยการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เงินฝาก ที่เป็นรูปแบบเดียวกันแล้วของทั้ง 2 องค์กร รวมถึงการทำ Cross selling โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์กองทุนของบริษัทในเครือ TCAP ผ่านสาขาของ SCIB ที่มีอยู่กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ จะหนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทให้สดใส โดยฝ่ายวิจัยประเมินสัดส่วนของกำไรสุทธิของ TCAP ในงวด 2H53 ถึง 55% ของกำไรสุทธิรวมทั้งปี 2553 และคาดกำไรสุทธิปี 2554 จะเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงถึง 16.1% yoy นอกจากนี้บริษัทยังเป็น ธ.พ. 1 ใน 2 อันดับแรก ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากมีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวถึง 47% ขณะที่มีโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ถึง 82% ทำให้ได้รับผลบวกต่อNIM สูง โดยทุกๆ 25bp ที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้ NIM ของ TCAP เพิ่มขึ้น 2.5bp และ 6.5bp จากสมมติฐาน NIM เดิมที่3.80% และ 3.91% ในปี 2553-54 ตามลำดับ และได้รับผลกระทบน้อยต่อกรณีที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องการลดรายได้ค่าธรรมเนียมฯ รวมไปถึง Spread เนื่องจาก TCAP มี Net margin สูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มฯ (รองจาก KK) ถึง 2.87% และมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ต่ำเพียง 7% เท่านั้น ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าว จึงปรับเพิ่ม Fair value ของ TCAP อิง PBV 1.9 เท่าปี 2553 คือ 55 บาท ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ PBV 1.8 เท่า ในปัจจุบัน (จากเดิมอิง PBV ปี 2553 เพียง 1.34 เท่า คือ 38.78 บาท) โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมีส่วนลดถึง41% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ พร้อมคาดการณ์ Div yield ปี 2553-54 ในระดับเฉลี่ยที่สูงถึง 6-7% p.a. (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) อีกทั้งค่า PER เพียง 6 เท่าเศษ ถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่ม จึงเลือก TCAP เป็น Top Picks ของกลุ่ม และแนะนำซื้อสะสมเข้าพอร์ตลงทุน ล่าสุด ณ เวลา 14.43 น. ราคา TCAP อยู่ที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท หรือ 9.15% มีมูลค่าการซื้อขาย 1.13 พันล้านบาท
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 10/09/10 เวลา 14:48:25

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น