20 กันยายน 2553 10:13
ทันหุ้น- “กันกุล” เตรียมโรดโชว์นักลงทุนสถาบัน-รายย่อย-นักวิเคราะห์ 23-30 กันยายนนี้ ที่ปรึกษา “ทิสโก้” เชื่อภาวะเอื้อหนุนนักลงทุนสนใจจองหุ้นเพียบ ฟากผู้บริหาร “กันกุล ดำรงปิยวุฒิ์”หวังดึงเงินทำโซลาร์ฟร์ม บวกอัพเครื่องจักรบางส่วน คาดปีนี้รายได้โตแตะ 1 พันล้านบาท จากปีก่อน 873 ล้านบาท ล่าสุดตุนงานในมือรับรู้ครึ่งหลังปีนี้แล้ว 400 ล้านบาท
นายทวีชัย ตั้งธนทรัพย์ ฝ่ายวานิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ในวันที่ 23-30 กันยายนนี้จะเริ่มมีการโรดโชว์ข้อมูลของ GUNKUL สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไอพีโอจำนวน 100 ล้านหุ้น มูลค่าพาร์ 1 บาท กับนักลงทุนสถาบนัน นักวิเคราะห์ และรายย่อย เพื่อสำรวจความสนใจของราคาหุ้น
ทั้งนี้คาดว่าในวันที่ 6 ตุลาคม 2553 จะสามารถกำหนดราคาไอพีโอได้ และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่ดีภาวะตลาดโดยรวมมีการฟื้นตัวดี สร้างแรงจูงใหจให้มีการลงทุนเกิดขึ้น
นายกันกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้ผลิต จักหา และจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้า และระบบพลังงานทดแทนแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในวื้อเครื่องจักร และขยายกำลังผลิตในส่วนของโซลาร์ฟาร์มในเฟสที่ 2 จำนวน 4.4 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในเดือนกรกฏาคมนี้ และที่เหลืออีก 23.5 เมกะวัตต์จะเริ่มทยอยดำเนินการให้เสร็จภาย 2 ปีข้างหน้า
โดยในเฟสแรก จำนวน 3 เมกะวัตต์จะเปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2553 และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2554 ซึ่งประเมินว่าจะทำรายได้ให้กับริษัทเฉลี่ยเมกะวัตต์ละ 17-18 ล้านบาท โดยบริษัทขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในอัตราการรับซื้อไฟฟ้า (Adder) 8 บาทต่อ KWh เป็นเวลา 10 ปี
“เงินที่ได้จากการระดมทุนนั้นเราเอามาลงทุนในโซลาร์ฟาร์มเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะบริษัทมีรเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการลงทุนอยู่แล้ว 360 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกูระยะยาวอัตราดอกเบี้ย 4%กว่า ในเฟสแรกใช้งบลงทุนเพียง 90 ล้านบาท จึงเหลือเงินอีก 270 ล้านบาท ซึ่งเฟสที่ 2 จะใช้งบต่ำลงดด้วย”นายกันกุล กล่าว
ดังนั้นคาดว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปี 2554 จะมีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเข้ามาประมาณ 5% ของรายได้รวม นอกเหนือจากธุรกิจหลักคือการผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร ส่วนในปี 2553 คาดว่าเติบโตของ 15-17% เป็น 1,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 873 ล้านบาท ซึ่งใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้แล้ว 555 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท
ล่าสุดบริษัทมีงานในมือที่ทยอยรับรู้รายได้แล้ว 400 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นงานในประเทศ 200 ล้านบาท เ)นงานจากภาครัฐ 160 ล้านบาท และงานจากภาคเอกชน 40 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 200 ล้านบาทเป็นงานจากต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้เข้าไปประมูลงานรับบติดตั้งระบบไฟฟ้า และก่อสร้าสถานีย่อยในประเทศพม่า โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/2553 และไตรมาส 4/2553
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น