วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

TASCO: ตลาดส่งออกหลักยังต้องการสูง

TASCO: ตลาดส่งออกหลักยังต้องการสูง

แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังจะยังโดดเด่นไตรมาสละ 200-250 ล้านบาท ปรับกไรปีหน้าขึ้นคาดกำไรจะทะลุ 1,000 ล้านบาท แรงหนุนตลาดส่งออกหลักยังต้องการสูง วัตถุดิบมีช่องทางมากขึ้น งบประมาณปี 2554 มีงบเกี่ยวกับการสร้างและซ่อมบำรุงถนนมกขึ้นประเมินราคาเป้าหมายปีหน้า ขึ้นเป็น 60 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังจะยังโดดเด่นไตรมาสละ 200-250 ล้านบาท บริษัททิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) มีผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่โดดเด่นมากมีกำไรสูงถึง 660 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 4.33 บาท) โดยครึ่งปีแรกมีปริมาณขาย 250,000 ต้น เกือบเท่าปี 2552 ทั้งปีที่ปริมาณขาย 626,000 ต้น จากคำสั่งซื้อในมือที่เห็นถึงเดือน ก.ย. และได้มีการสั่งซื้อวัตถุดิบน้ำมันดิบหนัก เพื่อมากลั่นเป็นยางมะตอย พร้อมป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วจนถึงกลางเดือน พ.ย. ทำให้ปริมาณขายในปีนี้ มีแนวโน้มจะสูงถึง 1.05 ล้านตัน พุ่งขึ้นจากปีก่อนถึง 68% หรือคิดเป็นปริมาณขายในครึ่งปีหลังประมาณ 530,000 ตัน
ดังนั้นแนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังคาดจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี ประมาณ 200-250 ล้านบาท(กำไรต่อหุ้น 1.31-1.64) ต่อไตรมาส ซึ่งจะทำให้กำไรในปีนี้ มีแนวโน้มจะมากกว่าเราคาดมาก
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ตัวเลขเบื้องต้นมีงบเกี่ยวกับถนนเพิ่มขึ้นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของสภา จากตัวเลขเบื้องต้น เมื่อรวมงบประมาณ กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท แล้วจะมีงบประมาณ 2553 และ 20,000 ล้านบาท ในปี 2552
แนวโน้มปี 2554-2555 คาดจะยังเติบโตต่อเนื่อง กำไรจะทะลุหลักพันล้านบาท แนวโน้มในปี 2554-2555 ปริมาณขายจะยังเติบโตได้ต่อ โดยเฉพาะยังได้แรงหนุนจากโรงกลั่นบางมะตอยในมาเลเซีย ซึ่งจะส่งออกไปประเทศหลักๆ อย่างจีนเวียดนาม อินโดนีเซียและออสเตรเลียซึ่งในปัจจุบันมีช่องทางในการหาวัตถุดิบน้ำมันดิบหนักได้มากขึ้น
ส่วนตลาดส่วนออกปัจจุบันทาง TASCO ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่พบขาย รวมถึงมีผู้ถือหุ้น คือ Colas S.A.(เข้าซื้อหุ้น TASCO ที่ 44 บาท) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยางมะตอยชั้นนำของโลกเป็นช่องทางจำหน่าย โดยในปีหน้า ทาง TASCO ตั้งเป้าจะกลั่นน้ำมันดิบหนักเป็น 7.2 ล้านบาร์เรล จากปีนี้ 6.7 ล้านบาร์เรล และจะเพิ่มเป็น 9 ล้านบาร์เรลในปี 2555 ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการปีหน้าขึ้นโดยประเมินกำไรเท่ากับ 1,001 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 6.56 บาท)
คงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2554 เท่ากับ 60 บาท ตัวเลขกำไรต่อหุ้นครึ่งปีแรกหากจับคูณด้วยสองจะสูงถึง 8.66 บาท แม้ว่าประมาณการของเราจะเป็นแบบอนุรักษนิยมโดยประเมินกำไรต่อหุ้นในปีนี้เพียง 6.39 บาท (ตัวเลขกำไรครึ่งปีแรกคืดเป็นสัดส่วนถึง 68% ของประมาณการทั้งปี) ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขาย P/E ปี 2553 ที่ต่ำเพียง 6.5 เท่า จากประมาณการปี 2554 ที่ปรับขึ้น และบนฐาน P/E ปี 2554 เท่ากับ 9 เท่า เราปรับราคาเป้าหมายปี 2554 ขึ้นเป็น 60 บาท จากเดิม 50 บาท รวมแล้ว เราคงคำแนะนำ ซื้อ--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น