วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

TUFใจดีจ่ายปันผล0.26บ. โบรกปรับเพิ่มเป้า72บาท

ทันหุ้น - TUF ใจดีควักกระเป๋าจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.26 บาท โบรกฉายภาพ 5 ปีสดใสเต็มใจปรับเพิ่มกำไรและราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 72 บาท แนะ "ซื้อ" รอเก็บกำไรจากการลงทุนเข้ากระเป๋าอื้อ
บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) TUF เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 มีมติให้จัดสรรกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานสำหรับงวด 3 เดือนคือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2553 เป็นเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.26 บาทโดยไม่ต้องเสียภาษี เพราะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน
สำหรับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดพิเศษนี้ เนื่องจากบัตรส่งเสริมการลงทุน1 ฉบับที่จะหมดอายุลงในวันที่ 21 ตุลาคม2553 ในการจ่ายตามงวดปกติ (1 ก.ค.-31 ธ.ค.53) จะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวและเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์จากบัตรส่งเสริมการลงทุนที่จะหมดไป คณะกรรมการบริษัทจึงขออนุมัติจากที่ประชุม สำหรับการจ่ายปันผลงวดพิเศษนี้
ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผลในวันที่ 14 ตุลาคม 2553 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 ตุลาคม 2553
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด แนะนำ "ซื้อ" หุ้นTUF ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2554-55 อีก28-33% และปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2554 ขึ้น43% เป็น 72 บาท สะท้อนมูลค่าเพิ่มหลังเข้าซื้อกิจการ MWB คาด MWB จะทำกำไร22-27% ของกำไรสุทธิรวมในช่วงปี 2554-56 และส่งผลให้กำไรปี 2554-56 เติบโตเฉลี่ยปีละ 21%
นอกจากนี้ยังสะท้อนศักยภาพในการเติบโตช่วง 5 ปีข้างหน้าจากความเป็นผู้นำตลาดที่ได้เปรียบด้านต้นทุนและมีกลยุทธ์การขยายตลาดและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การรวมกิจการMWB เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสทำตลาดในยุโรป และทำตลาดสินค้า Premium ในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงโอกาสเกิด Synergy ที่ช่วยให้ต้นทุนลดและเพิ่มอำนาจในการต่อรองในการสั่งซื้อวัตถุดิบจากผู้จำหน่าย และอำนาจในการกำหนดราคาขาย
อย่างไรก็ดีราคาเป้าหมายที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 72 บาท นอกจากสะท้อนกำไรต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นหลังรวมงบการเงินเข้ากับ MWB แล้วยังเปลี่ยนมาใช้ P/E เป้าหมายระดับ 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่เคยซื้อขายในอดีต (เพิ่มจากระดับ 10 เท่าในรายงานครั้งก่อน) เพื่อสะท้อนความสามารถในการเติบโตและการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ลดลงหลังการเข้าซื้อกิจการ MWB--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น